BG1 BG2

ภาพกิจกรรม

05/06/2563 15:15

"GEP แต่งตั้ง คันทรี่ กรุ๊ป เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน"



 

                    GEPแต่งตั้งคันทรี่ กรุ๊ป แอ๊ดไวเซอรี่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์GEP ในฐานะผู้นำธุรกิจพลังงานหมุนเวียนเผยเตรียมระดมทุนขยายธุรกิจ ตามพันธกิจก้าวสู่การเป็นผู้นำทางความคิดลดการปล่อยมลพิษนำโลกสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนพร้อมแต่งตั้ง คันทรี่กรุ๊ปเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เดินหน้าปรับโครงสร้างแต่งตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ ตั้งเป้ายื่นไฟลิ่งเร็ว ๆ นี้ มั่นใจธุรกิจพื้นฐานดี แนวโน้มการเติบโตสูง
 

                    ดร. วีรพัฒน์ เพชรคุปต์ กรรมการบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัดในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า GEPมีแผนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ขณะนี้ อยู่ระหว่างการดำเนินการปรับโครงสร้างทางการเงิน โครงสร้างการดำเนินธุรกิจ ให้มีความเหมาะสมเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และอยู่ในระหว่างการเตรียมแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) เพื่อยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยคาดว่าจะสามารถยื่นไฟลิ่งและระดมทุนได้เร็ว ๆนี้
“GEP เป็นบริษัทที่มีพื้นฐานที่ดี มีศักยภาพในการเติบโต ด้วยการดำเนินงานจากทีมผู้บริหารที่มีความรู้ ความเข้าใจ มีศักยภาพ และประสบการณ์ในด้านธุรกิจพลังงาน และมีการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง การระดมทุนเข้าตลาดหลักทรัพย์จะช่วยเพิ่มศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจของบริษัท ให้สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด สามารถแข่งขันได้ รองรับการขยายตัวของธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ซึ่งมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก”ดร.วีรพัฒน์ กล่าว
 

นายออง ทีฮา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทGreen Earth Power (Thailand) Company Limited
(กรีนเอิร์ธพาวเวอร์ ไทยแลนด์ จำกัด) หรือ GEP เปิดเผยว่า GEP มีแผนที่จะเป็นผู้นำธุรกิจพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน ประกอบกิจการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนต่าง ๆ เช่นแสงอาทิตย์และลม จำหน่ายให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยมีความร่วมมือของผู้ลงทุนหลักคือ บมจ.สแกน อินเตอร์ (SCN) บจก.อีซีเอฟ พาวเวอร์ ในฐานะบริษัทย่อยของ บมจ. อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค (ECF) บมจ.เมตะ คอร์ปอเรชั่น (META) และบริษัทNoble Planet PTE. Ltd. (“NP”)โดย GEP ได้เริ่มกิจการผลิตกระแสไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2554ปัจจุบันบริษัทฯมีทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว 215,755,800.00บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 2,157,558.00 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท
สำหรับโครงการปัจจุบันที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของบริษัท คือ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มินบู ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง220 เมกะวัตต์ ณ เมืองมินบู ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาเพื่อพัฒนาและดำเนินงานแบบ BOT (Built-Operate-Transfer) ระยะเวลาสัญญา 30 ปี ด้วยอัตรารับซื้อค่าไฟฟ้า 0.1275 USD / KWhแบ่งเป็นระยะเวลาการดำเนินการก่อสร้างทั้งหมด4เฟส โดย 3เฟสแรกมีขนาดกำลังการผลิตติดตั้งอยู่ที่ 50 MW เฟสสุดท้าย 70 MW ขนาดพื้นที่รวมโครงการ 836 เอเคอร์ หรือเท่ากับ 2,115 ไร่ ได้รับสิทธิเช่าพื้นที่จากรัฐบาลและบริษัทเอกชนในประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เมื่อมีการผลิตกระแสไฟฟ้าแล้วจะขายให้กับ Electric Power Generation Enterprise (“EPGE”)ภายใต้กระทรวงไฟฟ้าและพลังงาน รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
“ภาพรวมของอุตสาหกรรมพลังงาน มีความต้องการใช้ไฟฟ้าโดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ อาทิ ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาโดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มินบูเป็นโครงการขนาดใหญ่ มีกำลังการผลิตที่สามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 350,000,000 kWh/ปี รองรับการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 200,000ครัวเรือน สอดคล้องกับปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นอีกทั้งการเข้าถึงการใช้ไฟฟ้าของประชาชนในเมียนมามีเพียงแค่ร้อยละ 50 ในช่วงปี 2562 และตั้งเป้าการเข้าถึงไฟฟ้าร้อยละ 100 ภายในปี 2573 ปัจจุบันโรงไฟฟ้าในประเทศเมียนมาผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์แล้ว

จำนวน 5,642MW และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 4,940 MWรัฐบาลยังมีแผนการพัฒนาขยายสายส่งกระแสไฟฟ้าเพิ่มอีกรวมกว่า 5,302 ไมล์ทั่วประเทศเมียนมา
                    นอกจากนี้แล้วบริษัทฯ ยังมีแผนการในการมุ่งพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มินบูทั้งสี่เฟสให้สำเร็จลุล่วง และพัฒนาโครงการพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนโครงการอื่น โดยมีเป้าหมายหลักเป็นประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาตลอดจนริเริ่มโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ประเทศอื่นในภูมิภาคด้วย
โดยผลการดำเนินงานของบริษัทล่าสุดในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2563 มีกำไรจากการจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์เท่ากับ 88.58ล้านบาท บริษัทเริ่มมีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์สำหรับเฟสที่ 1 ขนาด 50 MW ที่แล้วเสร็จ นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 ที่ผ่านมา
บริษัทฯ จึงมีแผนที่จะเตรียมตัวสำหรับการเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมทุนสำหรับใช้ในขยายธุรกิจและเป็นเงินหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ ตลอดจนพัฒนาระบบบริหารจัดการต่างๆให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จของพันธกิจที่ตั้งไว้คือ การเป็นผู้นำทางความคิดที่จะลดการปล่อยมลพิษเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยแต่งตั้ง บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน” นายอองทีฮา กล่าว
ดร.ฤทธี กิจพิพิธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. สแกน อินเตอร์หรือ SCNเปิดเผยว่าSCN เข้ามาผนึกกำลังกับ GEP ในสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 40 เราถือเป็นผู้บุกเบิกด้านพลังงานในเมียนมา เปิดโอกาสให้เกิดการเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้ในอนาคต ไม่ใช่เพียงโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หากแต่เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกธุรกิจพลังงานที่จะเกิดขึ้นได้ในเมียนมา นอกไปจากนี้โครงการยังมีความมั่นคงสูง เนื่องจากสร้างมาจากพื้นฐานความต้องการการใช้ไฟฟ้าในประเทศอย่างแท้จริงไม่ได้เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่เน้นภาพลักษณ์หรือเน้นด้านการใช้พลังงานสะอาดอีกทั้งยังถือเป็นการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนสามารถต่อยอดการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้านต่างๆได้อีก สร้างโอกาสให้เกิดความมั่นคงด้านสาธารณูปโภค ที่มีนัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตของประเทศเมียนมา
มั่นใจว่าโรงไฟฟ้ามินบูสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างดีให้กับ สแกน อินเตอร์ และผู้ถือหุ้นทุกราย รวมถึงผู้ที่กำลังจะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหม่ๆ อย่างแน่นอน
นายอารักษ์ สุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค หรือ ECFเปิดเผยว่าบริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มินบู ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง220 เมกะวัตต์


ประเทศเมียนมา ในสัดส่วนร้อยละ 20 โดยลงทุนผ่าน บริษัท อีซีเอฟ พาวเวอร์ จำกัด ในฐานะบริษัทย่อยของบริษัทโครงการดังกล่าว เป็นโครงการที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารงานของ GEP
สำหรับธุรกิจพลังงานทดแทนECF ในปีนี้เห็นการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรอย่างชัดเจนมากขึ้น โดยที่ผ่านมารับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลภาคใต้ขนาด 7.5 เมกะวัตต์ ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ มินบู ที่เฟสแรก (50 MW) สามารถจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ COD และเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรงวดแรกเข้ามาเต็มในไตรมาส 4/62ส่วนเฟสที่ 2 3 และ 4 อยู่ระหว่างวางแผนเพื่อก่อสร้างให้ครบโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศที่อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าลงทุน
นายศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เมตะ คอร์ปอเรชั่น หรือ METAกล่าวว่า META ถือเป็นผู้เริ่มบุกเบิกการเข้าลงทุนในGEPเพื่อเข้ามาพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มินบูในเมียนมา นอกจากเป้าหมายทางธุรกิจแล้วยังมีเป้าหมายที่ต้องการให้ชาวเมียนมามีไฟฟ้าใช้เพื่อการดำรงชีวิตตลอดจนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ นอกไปจากนี้โครงการมินบูยังเป็นโครงการที่มีศักยภาพสูง เป็นโรงไฟฟ้าโรงแรกและใหญ่ที่สุดในเมียนมา ทั้งนี้ META ยังเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้ามินบูที่ซึ่งกำลังดำเนินการก่อสร้างเฟส 2,3 และ 4 ตามลำดับ ความสำเร็จในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มินบูเฟสที่ 1 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทฯ เมตะ ในการรับเหมาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ มั่นใจว่าในอนาคตจะมีส่วนร่วมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคต่อไป

 

ย้อนกลับ